พิมพ์

ประวัติห้องสมุด

on .

 

ประวัติความเป็นมาของห้องสมุด

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครราชสีมา

 

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย  วิทยาเขตนครราชสีมา ได้เปิดการเรียนการสอน

ครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๓๐  ที่อาคารเรียนโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษานครราชสีมา

ซึ่งตั้งอยู่ที่วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา  เนื่องจากวิทยาเขตนครราชสีมายังไม่มีงบประมาณเพียงพอในการสร้างห้องสมุด  จึงได้ใช้ห้องสมุดร่วมกับห้องสมุดโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษานครราชสีมา  ซึ่งจัดการเรียนการสอนในระดับมัธยมศึกษา

                ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๒  วิทยาเขตนครราชสีมาได้ย้ายที่ทำการใหม่มาตั้งในที่ ธรณีสงฆ์

วัดพระนารายณ์มหาราช  ซึ่งตั้งอยู่ที่บ้านหัวถนน หมู่ ๗ ต.หัวทะเล อ.เมือง จ.นครราชสีมา  จึงได้ย้ายห้องสมุดมาอยู่ที่อาคารหลังใหม่ ๖ ชั้น  ซึ่งห้องสมุดอยู่ที่ชั้นล่าง  และสถานที่คับแคบเกินไป สำหรับผู้เข้ามาใช้บริการของห้องสมุด

                และในปี พ.ศ. ๒๕๔๗  ห้องสมุดจึงได้ย้ายจากห้อง ๑๐๒  อาคารเรียนมาอยู่ที่ชั้น ๒   ของอาคารพระเทพวิทยาคม (หลวงพ่อคูณ  ปริสุทฺโธ)  เปิดให้บริการแก่คณาจารย์, เจ้าหน้าที่, พระนิสิต และบุคคลทั่วไปได้ใช้บริการเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๗ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

 

ความสำคัญของห้องสมุด       

            โลกปัจจุบันนี้  การเรียนรู้ได้มีความสำคัญเพิ่มมากยิ่งขึ้นในสังคมยุคสารสนเทศ  ทำให้คนทุกระดับชั้นต้องดิ้นรนขวนขวายศึกษาเรียนรู้  เร่งรัดเต็มกำลังที่ใช้ความสามารถของตน  พัฒนาสติปัญญา  ให้สมองทำงานอย่างมีคุณภาพ  นับได้ว่า หนังสือ  เป็นยาขนานเอกนับตั้งแต่อดีตสู่อนาคต  ยกระดับศักยภาพในความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  ทำให้หลายท่านสำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตจนนับไม่ถ้วน

          ห้องสมุด  ดำเนินกิจกรรมมุ่งพัฒนาตลอดเวลาจนถึงปัจจุบัน  ข้อจำกัดบางประการทำให้การพัฒนาต้องค่อยเป็นค่อยไปจนถึงหยุดเพื่อรอการตัดสินใจของผู้บริหาร  ทำให้ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาได้อย่างคล่องตัวและรวดเร็ว  ประการสำคัญเป็นห้องสมุดเฉพาะทาง  ที่มุ่งพัฒนาสารสนเทศด้านพุทธศาสตร์เป็นหลัก  เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลทางด้านพุทธศาสนา  ปรัชญา  และสังคม  อย่างแท้จริง

 

 

 

บทบาทหน้าที่

ห้องสมุด  มีหน้าที่ในการส่งเสริมและสนับสนุนภารกิจของมหาวิทยาลัยฯ ในด้านการเรียนการสอน  การวิจัย รวมทั้งให้การบริการแก่สังคม  อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดคุณภาพการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่จำเป็นต้องมีแหล่งสารสนเทศที่เพียงพอ  เหมาะสมและมีคุณภาพ    ดังนั้นห้องสมุดจึงมุ่งที่จะพัฒนาเพื่อเป็นแหล่งสนับสนุน นิสิต อาจารย์  เพื่อพัฒนาการศึกษาให้มีคุณภาพต่อไป

 

ภายในห้องสมุด  ได้จัดแบ่งพื้นที่ออกเป็นสัดส่วน  คือ

                ๑.  พื้นที่สำหรับนั่งอ่าน  มีจำนวน ๑๗๐  ที่นั่ง

          ๒.  พื้นที่สำหรับนั่งอ่านส่วนบุคคล  มีจำนวน ๑๐ ที่นั่ง

                ๓.  พื้นที่สำหรับชั้นหนังสือทั่วไปและหนังสืออ้างอิง  ตลอดจนนิตยสารวารสารต่าง ๆ

                ๔.  พื้นที่สำหรับบุคลาการปฏิบัติงานบริเวณเคาน์เตอร์

                ๕.  พื้นที่ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (ห้องInternet)

                ๖.  พื้นที่สำหรับเครื่องสืบค้นฐานข้อมูล

                ๗.  พื้นที่สำหรับสื่อโสตทัศนูปกรณ์

                ๘.  พื้นที่แสดงหนังสือใหม่ที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน

***************************