พิมพ์

วิเคราะ์ข่าว ๓ กค. ๕๗

เขียนโดย อ.ธนเดช เอื้อศรี on .

 

วิเคราะห์ข่าว..............เล่ากฎหมาย  กับ  อาจารย์ธนเดช  เอื้อศรี

ตอน    เจาะใจใครคือ  คณะรัฐมนตรี  ยุค  คสช.

           ข่าววงในแจ้งว่า  รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว  น่าจะออกมาให้เห็นหน้าเห็นตากันก่อนสิ้นเดือนนี้  มีประเด็นที่ต้องถามกันว่า  สภาประชาชนมาจากไหน  คสช.  จะอยู่ตรงไหนซึ่งจะมีการสรุปกันภายในสัปดาห์หน้า  ร่างรัฐธรรมนูญ   แตกต่างจากการรัฐประหารเมื่อปี  พ.ศ.  ๒๕๔๙  อำนาจ  คสช.  จะมีมากกว่าคราวที่แล้ว  เพราะจะกำกับดูแลรัฐบาลเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคง  ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องการทหารเท่านั้น  แต่เป็นเรื่อง  แรงงาน  เศรษฐกิจ  สังคม  ด้วย  สรุป  คสช  ยังมีอำนาจตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้  เพราะการรัฐประหารเมื่อ  ปี  พ.ศ.  ๒๕๔๙  คณะ  คมช. ได้โอนอำนาจให้แก่รัฐบาลหมด  ยากแก่การตรวจสอบ  ซึ่งหลายเรื่องที่รัฐบาลทำไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ

            วิเคราะห์  คราวนี้  คสช.  เป็นผู้ตั้ง  คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (สนช.) แล้วนายกรัฐมนตรีจะมาจากที่ไหน  คณะรัฐมนตรีมาจากที่ไหน    ขณะนี้  หัวหน้า  คสช. และ ผบ.ทบ.  เป็นบุคคลคนเดียวกัน  หากสิ้นเดือนกันยายนนี้  ตำแหน่ง  ผบ.ทบ.  คนที่ดำรงตำแหน่งคนเดิมได้ต่ออายุราชการ  ดำรงตำแหน่งอีกครั้งหนึ่ง  และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็เป็นคนคนเดียวกัน  หัวหน้า  คสช.  ก็เป็นคนคนเดียวกัน  จะเกิดกรณีว่าแล้วประชาชนจะคิดอย่างไร  เพราะคนที่มีอำนาจปลดนายกรัฐมนตรีได้  คือ  หัวหน้า  คสช.  ซึ่งเป็นบุคคลคนเดียวกัน  ก็คงเป็นเสียงที่จะวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักพอสมควร  ซึ่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่จัดทำขึ้น  จะให้ทำประชามติหรือไม่  คาดกันว่า  คณะรัฐมนตรีมาจาก  กลุ่มคน  ๓  ประเภท

๑.       กลุ่มผู้บัญชาการเหล่าทัพ  ที่อยู่ใน  คสช.

๒.    กลุ่มที่ปรึกษา  ทั้ง  ๑๐  คน  เช่น  ท่านวิษณุ  ท่านปรีดียาธร  ท่านอนันท์

๓.     กลุ่ม  ดี  เด่น  ดัง  เช่น  ท่านบวรศักดิ์  ท่านสุรชัย  ท่านกิตติพงษ์ 

อีกไม่นานคงได้เห็นรัฐธรรมนูญ    ที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้าซึ่งอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้นั้น  อยากฝากท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่มีอำนาจในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญว่า  ขอจงรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติที่จะเกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคนอย่างเสมอภาคและทั่วถึงกันทุกคน นะ ........ครับท่าน

กฎหมายน่ารู้  ตอนหมิ่นประมาท

  ก.  แสดงข้อความในจดหมายที่ได้รับจากผู้อื่นให้  ข.  ซึ่งเป็นบุคคลที่สามทราบโดย  ก.  รู้อยู่ว่าจดหมายนั้นมีข้อความหมิ่นประมาท  นับว่า  ก.  ได้ใส่ความต่อผู้เสียหาย ถือว่าหมิ่นประมาทแล้ว