พิมพ์

วิเคราะห์ข่าว......เล่ากฎหมาย....กับอาจารย์ธนเดช เอื้อศรี ตอน ๑๐๐ วันกับ MH ๓๗๐ สาบสูญหาย

on .

วิเคราะห์ข่าว......เล่ากฎหมาย....กับอาจารย์ธนเดช  เอื้อศรี

ประจำวันที่  ๑๘  มิถุนายน  ๒๕๕๗

ตอน  ๑๐๐  วันกับ  MH ๓๗๐ สาบสูญหาย

         เป็นเรื่องมหัศจรรย์  สำหรับเครื่องบินลำนี้ที่หาไม่พบแม้แต่ซาก  แต่ประเทศมาเลเซีย  และออสเตรเลีย  ยังมีความหวังในการค้นหา  ขณะนี้การค้นหาหยุดลงชั่วคราวเพราะต้องประมวลผลกันใหม่  เดิมค้นหาในรัศมี  ๕  หมื่นตารางกิโลเมตร  แต่จะขยายเพิ่มขึ้น  เป็น  ๔-๕  ล้านตารางกิโลเมตร

         วิเคราะห์นี่เป็นปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดเพราะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน    ออสเตรเลีย  และ  มาเลเซียหมดงบประมาณในการค้นหาไปแล้วประมาณ  ๓,๕๐๐  ล้านบาท  ซึ่งเป็นการสูญเสียงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์  ต่อจากนี้ไปใครจะเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายงบประมาณในการค้นหา  ซึ่งมีการคาดการณ์กันว่าน่าจะงบประมาณใช้ไม่ต่ำกว่าหลักแสนล้าน  มีการวิเคราะห์กันว่าสาเหตุที่เครื่องบินลำนี้สูญหายเกิดจากสาเหตุ  ๗  ประการ

๑.      ก่อวินาศกรรม  ๒.  ก่อการร้าย  ๓.เครื่องยนต์ระเบิดกลางอากาศ ๔.  สินค้าใต้ท้องเครื่องโดยเฉพาะมังคุด  ๔  พันกิโลเอามาจากไหนเพราะไม่ใช่ฤดูมังคุด    ๕   ระบบอากาศขัดข้อง  ๖.  มีเครื่องมือไฮเทคที่บังคับเครื่องบินเอาไปไว้ในจุดใดจุดหนึ่ง  ๗  เครื่องบินดังกล่าวถูกสอยร่วงลงเพราะเป็นภัยความมั่นคง

 แต่ไม่ว่าจะเกิดจากเหตุการณ์ใดก็น่าที่จะพบซาก  หรือพบร่องรอย  แต่นี่เป็นความลี้ลับที่ยากจะอธิบายได้  รัฐบาลมาเลเซียถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก  ซึ่งรัฐบาลมาเลเซียบอกว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ให้มาเลเซียเท่านั้นที่ต้องรับผิดชอบ  แต่ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาระดับโลกที่ต้องลงมาช่วยกันค้นหา  พูดง่าย ๆ  คือ  รับผิดชอบร่วมกัน  ประเทศสหรัฐ  เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกิดจากกัปตันเรือ  หรือไม่ก็มนุษย์ต่างดาว  ซึ่งเป็นพลังนอกโลก  ที่ต้องการสร้างความประหลาดใจให้กับชาวโลก...............เขาว่าสิ่งลี้ลับมีจริง  ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่นะครับ 

กฎหมายน่ารู้

ถาม  นายแดง  ทำสร้อยคอทองคำน้ำหนัก  ๑๐  บาท  หาย  เมื่อวันอังคาร นายแดง  ได้ติดตามหาสร้อยคอทองคำดังกล่าว  จนถึงวันพุธ  ก็ยังหาไม่เจอ  ต่อมา  นายดำ  เก็บทองนายแดงได้  เมื่อวันพุธตอนเย็น  นายแดงทราบข่าวมาขอสร้อยคอทองคำคืน  นายดำไม่ให้  ถามว่า  นายดำ  ผิดฐานใด

ตอบ  นายแดง  ทำสร้อยคอทองคำหาย  และได้ติดตามเอาทรัพย์คืน  คือมีเจตนายังไม่สละการครอบครองทรัพย์นั้น  เมื่อนายดำเก็บได้  ต้องคืนให้กับเจ้าของคือนายแดง  ปรากฏข้อเท็จจริงว่า  นายดำไม่ยอมคืน  จึงมีความผิดฐานลักทรัพย์ของผู้อื่นตาม  ปอ.  มาตรา  ๓๓๔  ไม่ใช่ผิดฐานยักยอกทรัพย์หาย